วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11
การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
Parent Education for Early Childhood
วันพฤหัสบดี ที่ 24 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562
เวลา 12.30- 15.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ (Story of subject)
     วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนเรียนที่ตึกคณะ  นักศึกษามาเรียนครบและตรงเวลา อาจารย์ติดตามการดำเนินโครงการโดยให้แต่ละกลุ่มนำโครงการที่ได้เลือกจัดทำ เข้าปรึกษา นำเสนองานและอาจารย์ได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ในการทำโครงการก่อนไปจัดในสถานที่จริง 




สิ่งที่อาจารย์ได้แนะนำให้จัดทำเพิ่มเติม
1. ของชำร่วยที่ใช้แจกในงานตามจำนวนผู้ปกครอง
2. ปรับแก้หลักการของโครงการให้สอดคล้องกันมากขึ้น กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน
3. จัดทำกำหนดการอย่างละเอียด
4. แก้ไขแผ่นผับให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

 ➤ สมาชิกในกลุ่มช่วยกันตกแต่งบอร์ด ทำสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย และจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ สำหรับการให้ความรู้ผู้ปกครองในเรื่องสื่อของเล่น ตามโครงการสื่อเสริมฝันแบ่งปันรอยยิ้ม ที่ศูนย์เด็กปฐมวัยเสือใหญ่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยเวลาที่ใช้ในการเตรียมงานคือเวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์อาทิตย์



😶😶😶 การประเมิน (Assessment) 😶😶😶

ประเมินอาจารย์ : เข้าสอนตรงเวลา ให้คำแนะนำดีและติดตามโครงการทุกขั้นตอน

ประเมินเพื่อน : เพื่อนมาเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่จัดโครงการ มีการนำโครงการมาเสนอและซ้อมใหญ่ เพื่อนๆมีความรับผิดชอบ

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจฟังอาจารย์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น


วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10
การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
Parent Education for Early Childhood
วันพฤหัสบดี ที่ 17 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562
เวลา 12.30- 15.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ (Story of subject)
  วันนี้อาจารย์ได้ให้คำแนะนำในการทำโครงการ ติดตามการดำเนินงานของทุกกลุ่ม และอนุญาติให้นำวัสดุอุปกรณ์ในการทำโครงการมาจัดเตรียมช่วยกันในห้อง



สิ่งที่อาจารย์เสนอแนะในการทำโครงการ
1. เลือกกิจกรรมการทำสื่อให้แปลกใหม่น่าสนใจ
2. ติดต่อกับสถานที่เรื่องวันเวลา และจำนวนผู้ปกครองให้มีความชัดเจน
3. แบ่งเวลาในการทำแต่ละกิจกรรมให้มีความพอดีลงตัว
4. เสนอแนะเรื่องการเลือกอาหารว่างสำหรับผู้ปกครอง

😇😇 ส่งตัวแทนติดต่อประสานงานกับศูนย์เด็กปฐมวัยเสือใหญ่เกี่ยวกับการจัดโครงการสื่อสร้างฝัน แบ่งปันรอยยิ้ม 
👳👳 การประเมิน (Assessment) 👴👴

ประเมินอาจารย์ : เข้าสอนตรงเวลา ให้คำแนะนำดี มีตัวอย่างการทำโครงการของรุ่นพี่ให้นักศึกษาดูเป็นแนวทาง

ประเมินเพื่อน : แต่งกายเรียบร้อย ให้ความร่วมมือในการเรียนและการทำงานร่วมกัน

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจฟังอาจารย์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เสนอวิธีการทำสื่อต่างๆ รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ



วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9
การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
Parent Education for Early Childhood
วันพฤหัสบดี ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562
เวลา 12.30- 15.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ (Story of subject)
  😆 วันนี้อาจารย์แจกวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการทำโครงการให้กับนักศึกษาทุกกลุ่ม
 จากนั้นอาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกกลุ่มได้ปรึกษาเกี่ยวกับการทำโครงการเรื่องต่างๆที่เลือก และได้ให้คำแนะนำ ติดตามผลในการดำเนินการทำโครงการของแต่ละกลุ่ม ว่ามีข้อบกพร่องหรือข้อที่ควรปรับแก้ไขปรับปรุงตรงไหนบ้าง





😶😶😶 การประเมิน (Assessment) 😶😶😶

ประเมินอาจารย์ : เข้าสอนตรงเวลา ให้คำแนะนำดี กำกับติดตามการทำงานของนักศึกษาดีทุกกลุ่ม

ประเมินเพื่อน : แต่งกายเรียบร้อย ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ไม่คุยกันเสียงดัง

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจฟังอาจารย์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานร่วมกัน



วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8
การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
Parent Education for Early Childhood
วันพฤหัสบดี ที่ 3 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562
เวลา 12.30- 15.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ (Story of subject)
   😇  อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอวิจัยเกี่ยวกับชุดกิจกรรมและการให้ข้อมูลผู้ปกครอง 
กลุ่มที่ 1 เรื่องการส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม "เล่นกับลูกปลูกภาษา"
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
     💛เพื่อศึกษาพัฒนาการทางด้านความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม เล่นกับลูกปลูกภาษา
     💛เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
2.แบบวัดความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย
3.แบบวิเคราะห์ความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย
สรุปผลการวิจัย
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา มีพัฒนาการความเข้าใจภาษาโดยรวมสูงขึ้น ร้อยละ 53.72 ของความสามารถพื้นฐานเดิม
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา มีความเข้าใจภาษาโดยรวมและจำแนกรายด้าน คือการใช้คำอย่างมีจุดหมายและการใ้ประโยคเพื่อสื่อความหมาย สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01


กลุ่มที่ 2 เรื่องการศึกษาผลของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองในการสอนความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
 👉 เพื่อเปรียบเทียบความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 ½ -4 ปีบริบูรณ์ ในชนบทที่สอนโดยผู้ปกครองซึ่งคิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กด้วยตัวเองหลังจากได้รับการศึกษาโดยคิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัยกับผู้ปกครองซึ่งเรียนรู้วิธีสอน และการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.ชุดการสอนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านความคิดรวบยอดทางศาสตร์ เรื่อง รูปวงกลม  สีเหลี่ยม และสามเหลี่ยม ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นสำหรับผู้ปกครองกลุ่มที่เรียนรู้วิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอน
2.แบบันทึกวิธีสอนและรายชื่อสื่อสำหรับผู้ปกครองกลุ่มที่คิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัย เรื่อง  รูปวงกลม  สีเหลี่ยม และสามเหลี่ยม ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้บันทึก หลังจากผู้ปกครองคิดวิธีสอนและสื่อที่ใช้ในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัยแล้ว
3.แบบบันทึกปริมาณการใช้สื่อในการสอนเด็กสำหรับผู้ปกครอง ซึ่งผู้วิจัยใช้บันทึกรายชื่อสื่อ และจำนวนสื่อ ที่ผู้ปกครองทั้ง 2 กลุ่มใช้สอนเด็ก เรื่อง ใหญ่ – เล็ก   ยาว – สั้น  หนัก – เบา  และ มาก –  น้อย
4.แบบทดสอบความคิดรวบยอดทางคณิตสาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 ½ - 4 ปีบริบูรณ์   เรื่อง  ใหญ่ – เล็ก   ยาว – สั้น  หนัก – เบา  และ มาก –  น้อย
สรุปผลการวิจัย
 👉 ความสามารถในการสร้างความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 ½ -4 ปีบริบูรณ์ ในชนบทที่สอนโดยผู้ปกครองที่ได้รับการศึกษาโดยคิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัย และเรียนรู้วิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ตัวอย่างชุดกิจกรรม



กลุ่มที่ 3 เรื่องการเสริมพื้นฐานทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก”

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
1.เพื่อศึกษาทักษะทางคณิตศาสตร์

2.เพื่อศึกษาทักษะการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
3.เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- ชุดกิจกรรม“สนุกกับลูกรัก” จำนวน 8 ชุด
- แบบทดสอบเชิงปฏิบัติทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
การดำเนินการวิจัย 
ขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง
  💛 ทำการทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์เป็นรายบุคคล
  💛 เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมปฐมนิเทศ เพื่อรับทราบบทบาทและขั้นตอนของกิจกรรม
  💛 มอบหมายชุดกิจกรรมให้เด็ก
  💛 ผู้วิจัยเก็บรวบรวมชุดกิจกรรม
  💛 แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ปกครองละผู้วิจัย
  💛 ดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ วันละ 45 นาที ทั้งหมด 24 ครั้ง
สรุปผลการวิจัย
  หลังจากการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก” เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทักษะทางพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะสูงขึ้น
ตัวอย่างชุดกิจกรรม



กลุ่มที่ 4 เรื่องการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครอง
ในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยอนุบาลด้วยรูปแบบการให้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
👉 เพื่อพัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล ด้วยรูปแบบการให้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
👉 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย  ผู้ปกครองของเด็กวัยอนุบาลทั้งหมดในหมู่บ้านหนองกก หมู่ที่4 ตำบลพัฒนา อำเภอพรพิน จังหวันครศรีธรรมราช ในปีพ.ศ.2540 มีจำนวนทั้งสิ้น39คน
สรุปผลการวิจัย
1.ผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรมการส่งเสริมการรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันของเด็กอนุบาล ด้านการแปรงฟัน จากพฤติกรรมการไม่ได้ติดตามการดูแลการแปรงฟันของเด็กหรือติดตามอย่างไม่สม่ำเสมอ มาเป็นพฤติกรรมการดูแลการแปรงฟันของเด็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กในด้านการแปรงฟัน
2.ผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรมการส่งเสริมการรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันของเด็กวัยอนุบาล ด้านการรับประทานอาหารมีประโยชน์จากพฤติกรรมปล่อยให้เด็กเลือกซื้ออาหารรับประทานเองตามใจชอบ ซึ่งมักไม่มีคุณค่าของสารอาหาร มาเป็นพฤติกรรมดูแลรับประทานอาหารเด็กอย่างสม่ำเสมอด้วยการเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ให้เด็กรับประทาน กำกับดูแลการเลือกซื้อและรับประทานอาหารอย่างใกล้ชิดรวมทั้งแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
กลุ่มที่ 5 เรื่องการพัฒนาโปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่าน
ของเด็กปฐมวัย
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
 💗 เพื่อศึกษาผลการใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
 💗 เพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผ้ปกครองในการพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
2.แบบวัดความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองในการพัฒนานิสัยการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
3.แบบสังเกตพฤติกรรมนัสัยการรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
สรุปผลการวิจัย
💗 ผู้ปกครองที่ใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานัสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย มีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีนิสัยรักการอ่านสูงขึ้นหลังการทดลอง
💗 ผู้ปกครองที่ใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานัสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย มีการพัฒนานิสัยรักการอ่านสูงขึ้นหลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ตัวอย่างกิจกรรม


😶😶😶 การประเมิน (Assessment) 😶😶😶

ประเมินอาจารย์ : เข้าสอนตรงเวลา ให้คำแนะนำดี

ประเมินเพื่อน : ตั้งใจทำงานส่งอาจารย์ ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอไม่คุยกันเสียงดัง

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจฟังอาจารย์ข้อเสนอแนะของอาจารย์ และตั้งใจทำงานและแบ่งหน้าที่ในการทำงานได้ดี


วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
Parent Education for Early Childhood
วันพฤหัสบดี ที่ 19 เดือนกันยายน พ.ศ. 2562
เวลา 12.30- 15.30 น.


ความรู้ที่ได้รับ (Story of subject)
💕💕 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา 💕💕
💙💙 คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา 💚💚
Weekly news ข่าวสารประจำสัปดาห์  Newsletter จดหมายข่าว  Bulletin board ป้ายนิเทศ
Conversation  การสนทนา         Exhibition  นิทรรศการ      Parent Guide  คู่มือผู้ปกครอง
            Meeting  การประชุม  booklet  จุลสาร      Parents Corner    มุมผู้ปกครอง  
Parent library  ห้องสมุดผู้ปกครอง

➤ ข่าวสารประจำสัปดาห์
     เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลประจำสัปดาห์ประกอบไปด้วย
    - รายละเอียดของสาระการเรียนรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
    - พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
    - กิจกรรมครอบครัว
    - เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
➤จดหมายข่าวและกิจกรรม
      เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็น
ประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่าง
สม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
- ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
- กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา
➤ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
   จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน 
โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
    - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
    -  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
    - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
    - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
    - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่

➤ การสนทนา
    การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนา

💓💓รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา💓💓
ห้องสมุดผู้ปกครอง ให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการ                   เปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง
 ป้ายนิเทศ ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ
 นิทรรศการ  ป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้ด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษา
⟶ มุมผู้ปกครอง  เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู 
⟶ การประชุม   เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย จุดประสงค์ของการจัดประชุมผู้ปกครองมีดังนี้
    - เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
    - แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
    - แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
    - ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
⟶ จุลสาร   ป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับ
ทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของ
บรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ
 คู่มือผู้ปกครอง  เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดย
จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป
⟶ ระบบอินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิด
เห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้
อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่ง
ที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้
ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์
 😆😆 สรุป 😆😆
รูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองดังกล่าว สถานศึกษาสามารถจัดให้บริการ
แก่ผู้ปกครอง โดยมีข้อคิดที่สำคัญคือการคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครอง
อย่างถั่วถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับ เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของ
ตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาระหว่างบ้านและสถานศึกษามีความเข้าใจ
ที่ตรงกัน ทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ
มากสูงสุด  

💦💦 คำถามท้ายบท 💦💦
1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ  ครูสามารถใช้ได้ทั้ง 4 รูปแบบ ตามความเหมาะสม แต่รูปแบบที่ให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด คือการสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น
  2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ   8 รูปแบบ  ดังนี้ 
 1.นิทรรศการ  สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอ 
 2.ห้องสมุดผู้ปกครอง เป็นแหล่งเรียนรู้ ให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือ
การเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เช่น ห้องสมุด
 3.ป้ายนิเทศ ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถาน
ศึกษา  เช่น ป้ายปรัชญาโรงเรียน
 4.มุมผู้ปกครอง  เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การ
รอรับ-ส่งเด็ก 
 5.การประชุม  เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้
ปกครองได้ดีที่สุด เช่น การปฐมนิเทศ 
 6.จุลสาร  ประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ เช่นบทความต่างๆ
 7.คู่มือผู้ปกครอง   เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดย
จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป
 8.ระบบอินเทอร์เน็ต  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บ
ไซด์  เช่น เว็บไซต์โรงเรียน
  3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย 
ตอบ สนทนากับผู้ปกครองเกี่ยวกับปัญหาหรือความจำเป็นที่ไม่ให้ความร่วมมือรับฟังความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน เพื่อพัฒนาเด็กเต็มตามศักยภาพและไปในทิศทางเดียวกัน
  4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร     จงอธิบาย
ตอบ  มีความสำคัญมากเพราะจะให้ทำผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทหน้าของตนในการมีส่วนร่วมพัฒนาเด็กอย่างถูกวิธี ความเข้าใจตรงกันระหว่างบ้านและโรงเรียนพััฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน และมีเกิดดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ
  5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ  รูปแบบการสนทนาเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก